ประวัติเมืองหนองคาย
แหล่งท่องเที่ยว
วัตถุโบราณ พุทธสถานล้ำค่้า
โรงแรม/รีสอร์ท
ร้านอาหารแนะนำ
ข่าวสารเหตุการณ์ต่าง ๆ


แขวงจำปาศักดิ์
แขวงจำปาสัก เป็นแขวงหนึ่งของประเทศลาว ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศ ติดชายแดนประเทศไทยและกัมพูชา มีเมืองปากเซเป็นเมืองหลักของแขวง และเป็นเมืองใหญ่อันดับ 3 ของลาว (รองจากเวียงจันทน์และเมืองไกสอน พมวิหาน) ถือเป็นศูนย์กลางการเมืองการปกครองและเศรษฐกิจ รวมไปถึงการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ เป็นบริเวณที่มีความอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากมีแม่น้ำโขงไหลผ่านกลางและเกิดเกาะแก่งเป็นจำนวนมากจนได้ชื่อว่า "ดินแดนสี่พันดอน"
แขวงจำปาสักเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มาตั้งแต่สมัยโบราณ เนื่องจากเป็นพื้นที่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรขอมโบราณ และเป็นที่ตั้งของอาณาจักรจำปาสัก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรล้านช้างในเวลาต่อมา แขวงจำปาสักจึงมีมรดกทางวัฒนธรรมหลงเหลืออยู่มากมาย ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศลาว โดยเฉพาะมรดกโลกปราสาทหินวัดพู นอกจากนี้ แขวงจำปาสักยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก เช่น น้ำตกคอนพะเพ็ง น้ำตกหลี่ผี น้ำตกผาส้วม เป็นต้น
อาณาจักรจำปาสัก เกิดขึ้นหลังจากอาณาจักรฟูนานเสื่อมสลายลง ชาวลาวได้ย้ายถิ่นเข้ามาสร้างบ้านเรือนในแถบนี้ เกิดเป็นเมืองใหม่นามว่า จำปานะคะบุลีสี หรือจำปานคร ปรากฏชื่อในพงศาวดารเขมรว่า สะมะพูปุระ
เมื่อถึงรัชสมัยพระเจ้าฟ้างุ้ม ได้ทรงรวบรวมเมืองต่างๆ ของลาวเข้ามาเป็นอาณาจักรเดียวกันชื่อว่าอาณาจักรล้านช้าง มีเมืองหลวงอยู่ที่เมืองหลวงพระบาง แต่เมื่อพระเจ้าฟ้างุ้มสิ้นพระชนม์ อาณาจักรล้านช้างเริ่มตกต่ำลงเพราะสงครามแย่งชิงอำนาจและการก่อกบฏต่างๆ นานนับร้อยปี จนถึง พ.ศ. 2063 พระเจ้าโพธิสารราชขึ้นครองราชย์และได้รวบรวมแผ่นดินเป็นปึกแผ่นอีกครั้ง ต่อมาพระโอรสคือพระเจ้าไชยเชษฐาธิราชได้ย้ายเมืองหลวงของอาณาจักรล้านช้างมาอยู่ที่กรุงศรีสัตนาคนหุต (เวียงจันทน์) เพื่อหลีกเลี่ยงอิทธิพลของอาณาจักรหงสาวดี อาณาจักรล้านช้างมีความเจริญมา 200 ปีเศษก็เริ่มอ่อนแอลง หัวเมืองต่างๆ แตกออกเป็น 3 ฝ่าย คือ อาณาจักรหลวงพระบาง อาณาจักรเวียงจันทน์ และอาณาจักรจำปาสัก ตรงกับสมัยกรุงธนบุรีของสยาม ขณะนั้น สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชระแวงว่าลาวจะร่วมมือกับพม่ายกทัพมาตี จึงโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยามหากษัตริย์ศึก (รัชกาลที่ 1) ยกทัพไปตีลาวทั้ง 3 อาณาจักรตกเป็นเมืองขึ้นของสยามนานถึง 114 ปี จนถึงปี พ.ศ. 2436 ในสมัยรัชกาลที่ 5 ภายหลังวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 ดินแดนลาวฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขงรวมทั้งแขวงจำปาสักบางส่วนตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส ขณะที่ดินแดนฝั่งขวาของแม่น้ำโขงบริเวณเมืองจำปาสัก ซึ่งเดิมขึ้นอยู่กับมณฑลอุบลตกอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสในเวลาต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2447
ช่วงปี พ.ศ. 2484 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 หลังจากกรณีพิพาทอินโดจีน ประเทศไทยได้รับดินแดนอินโดจีนฝรั่งเศสบางส่วนคืนจากฝรั่งเศส โดยนำท้องที่การปกครองเมืองจำปาศักดิ์ในสมัยรัชกาลที่ 5 รวมไปถึงดินแดนประเทศกัมพูชาปัจจุบัน ได้แก่พื้นที่ส่วนหนึ่งของจังหวัดสตึงแตรงและพื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดพระวิหาร ยกขึ้นเป็นจังหวัดนครจัมปาศักดิ์ โดยมีเจ้ายุติธรรมธร (หยุย ณ จำปาศักดิ์) เป็นผู้ครองนคร แต่เมื่อสงครามสิ้นสุด ไทยในฐานะผู้แพ้สงครามต้องส่งดินแดนดังกล่าวคืนให้แก่ฝรั่งเศส ต่อมาเมื่อประเทศลาวได้รับเอกราชจากฝรั่งเศสเมื่อปี พ.ศ. 2497 จึงได้รวมอาณาจักรล้านช้างทั้ง 3 อาณาจักรขึ้นเป็นราชอาณาจักรลาว พื้นที่ดังกล่าวจึงได้ยกขึ้นเป็นแขวงจำปาสักของประเทศลาวมาจนถึงปัจจุบัน โดยเจ้าครองนครองค์สุดท้ายแห่งราชอาณาจักรจำปาสัก ก่อนการสถาปนาสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว คือเจ้าบุญอุ้ม ณ จัมปาศักดิ์
การแบ่งเขตการปกครอง

 อาณาเขตติดต่อ

ภูมิประเทศ
แขวงจำปาสัก มีพื้นที่ทั้งหมด 15,415 ตารางกิโลเมตร[ต้องการอ้างอิง] มีพื้นที่ติดต่อกับประเทศไทยและกัมพูชา ตำแหน่งที่ชายแดนทั้ง 3 ประเทศบรรจบกันเรียกว่า "สามเหลี่ยมมรกต" สภาพพื้นที่ประกอบด้วยพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขงและแม่น้ำเซโดนบริเวณตอนกลาง มีแนวเทือกเขาสูงทางทิศเหนือและทิศตะวันออก และติดต่อกับที่ราบสูงบอละเวนทางทิศตะวันออก ซึ่งมีความสูงประมาณ 1,500-1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่โดยทั่วไปมีความสูงไม่เกิน 1,000 เมตร
ภูมิอากาศ
แขวงจำปาสักมีอุณหภูมิเฉลี่ยตลอดทั้งปีประมาณ 27 องศาเซลเซียส แต่บริเวณทางทิศเหนือของแขวงที่เมืองปากซ่องมีอากาศเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส และมีความชื้นสัมพัทธ์สูง ปริมาณน้ำฝนระดับ 1,400-2,000 มิลลิเมตรต่อปี ยกเว้นที่ราบสูง
การคมนาคม

ด่านพรมแดนที่สำคัญ

การเดินทางจากพรมแดนไทย
จากด่านพรมแดนช่องเม็ก สามารถเดินทางผ่านด่านพรมแดนวังเต่าเข้าสู่ประเทศลาว จากนั้นมาตามทางหลวงหมายเลข 16 (เป็นถนนลาดยาง) ระยะทางประมาณ 42 กิโลเมตร ข้ามแม่น้ำโขงที่สะพานลาว-ญี่ปุ่น ความยาว 1,380 เมตร เข้าสู่เมืองปากเซ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง โดยสามารถใช้บริการรถโดยสารจากชายแดนไทยที่สถานีขนส่งลาว ห่างจากด่านตรวจคนเข้าเมืองลาวประมาณ 300 เมตร มีทั้งรถโดยสารประจำทางและรถสองแถววันละหลายเที่ยว (แต่ถ้ามีประมาณ 3-4 คน แนะนำให้ใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จะสะดวกและเร็วกว่า) นอกจากนี้ทั้งประเทศลาวและไทยได้ร่วมมือกันจัดเดินรถโดยสารประจำทางระหว่างประเทศ จากตัวเมืองอุบลราชธานี-ปากเซ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา
เมืองสำคัญ
1. เมืองปากเซ เป็นเมืองเอกของแขวงจำปาสัก และถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของลาวตอนใต้ ตั้งอยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง มีประชากรประมาณ 70,000 คน เป็นเมืองที่มีประชากรหลากหลายเชื้อชาติ ประเพณีและวัฒนธรรม ทั้งชาวลาว ชาวจีน และชาวเวียดนาม บรรยากาศทั่วไปเงียบสงบเป็นธรรมชาติ ชาวบ้านมีวิถีชีวิตเรียบง่าย
2. เมืองจำปาสัก (บ้านวัดทุ่ง) เคยเป็นที่ตั้งของอาณาจักรจำปาสัก และเคยเป็นเมืองเอกของแขวงจำปาสัก ตั้งอยู่ทางฝั่งขวาของแม่น้ำโขง ภายหลังการยึดครองของฝรั่งเศสในปี พ.ศ. 2448 เมืองจำปาสักได้ถูกลดความสำคัญลงเป็นเมืองบริวารของแขวง โดยย้ายเมืองเอกไปยังเมืองปากเซทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำโขง ห่างจากเมืองจำปาสักไปทางทิศเหนือประมาณ 30 กิโลเมตร
แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ
1. ปราสาทหินวัดพู ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองจำปาสักมาทางทิศใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร ปราสาทวัดพู หรือ วัดพู นครจำำปาสักได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในอดีตที่ตั้งของวัดพู เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแหล่งอารยะธรรมโบราณถึง 3 สมัยด้วยกัน คือ อาณาจักรเจนละในช่วงศตวรรษที่ 6 – 8 ค้นพบจารึกกล่าวถึงการฆ่าคนเพื่อบูชาแด่เทพเจ้า ต่อมาเป็นยุคของอาณาจักรขอมสมัยก่อนเมืองพระนคร ที่เลือกบริเวณนี้เป็นที่สร้างปราสาทหินในราวศตวรรษที่ 9 และสุดท้ายอาณาจักรล้านช้างได้เปลี่ยนเทวาลัยในศาสนาฮินดูให้เป็นวัดในพุทธศาสนานิกายเถรวาท
สิ่งที่โดดเด่นสะดุดตาแก่ผู้พบเห็นคือภูเขาด้านหลังปราสาทที่ตั้งเด่นตระหง่านมองเห็นแต่ไกล รูปร่างคล้ายนมของผู้หญิงและคนเกล้ามวยผม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูผาแห่งนี้ว่าเขานมสาว แต่ชาวบ้านนิยมเรียกภูเกล้ามากกว่า อาณาเขตของปราสาทวัดภู เริ่มต้นจากริมฝั่งแม่น้ำโดยมีบันไดทางขึ้นรถหลั่นกันขึ้นมา 3 ชั้น จนถึงองค์ประธานของปราสาทซึ่งอยู่ชั้นบนสุด นอกเขตวัดมีบารายขนาดใหญ่ ซึ่งในสมัยโบราณใช้เป็นที่แข่งเรือและที่สรงน้ำสำหรับพิธีกรรมต่างๆ
2. น้ำตกคอนพะเพ็ง สุดยอดไฮไลท์แห่งจำปาสัก ที่อยู่ห่างจากเมืองปากเซไปประมาณ 160 กม. เป็นน้ำตกที่มีลักษณะพิเศษ เกิดจากการไหลบ่าอย่างดุดันเชี่ยวกรากของแม่น้ำโขงเขตพื้นที่ “มหานที สี่พันดอน” ก่อนจะไหลหักลงอย่างรุนแรงตามระนาบดิ่งตกจากแก่งหินขนาดมหึมาเกิดเป็นสายน้ำตกอันยิ่งใหญ่มหัศจรรย์สวยงาม จนถูกยกให้เป็น“ไนแองการ่าแห่งเอเชีย” สมัยก่อนฝรั่งเศสพยายามที่จะระเบิดแก่งใหญ่แห่งนี้หลายครั้ง เพื่อใช้เป็นเส้นทางเดินเรือ ลำเลียงทรัพยากรจากลาวออกสู่ทะเล แต่การพยายามระเบิดแก่งหลายครั้งที่คอนพะเพ็งไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากระเบิดไม่ทำงาน จนถึงทุกวันนี้ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะเหตุใด? เกี่ยวกับเรื่องนี้ผู้เฒ่าผู้แก่ชาวลาวต่างเชื่อว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ได้ปกป้องน้ำตกแห่งนี้ไว้ไม่ให้ถูกทำลาย ทำให้วันนี้ยังมีน้ำตกคอนพะเพ็งประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ ให้เราได้ชื่นชมความงดงามกันจนทุกวันนี้
3. น้ำตกหลี่ผี  หรือ“สมพะมิด” แก่งธรรมชาติขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ดอนคอน เป็นน้ำตกที่ไหลผ่าน กลางแม่น้ำโขง อันเกิดจากพื้นของแม่น้ำโขง ได้เกิดการยุบตัวลง เป็นหลุม และเกิดผาสูง ประมาณ 15 ถึง 20 เมตร ทำให้สายน้ำที่ไหลตกลงมาเป็น กระแสน้ำ ที่เชี่ยวกราก เป็นดั่งกังหันแห่งสายน้ำ ที่มีแรงกระทบของสายน้ำ อย่างแรง
คำว่า หลี่ผี แปลว่า หลี่ เป็นเครื่องมือจับปลาของชาวลาว และ ผี ก็ คือ ศพ ของคนที่ได้ตกน้ำตาย จากแม่น้ำโขง จะมาตก และติด กับ หลี่ ของชาวบ้านที่หาปลาแถว ๆ นี้   จึงมักเรียกกันว่า “หลี่ผี” นับตั้งแต่นั้นมา น้ำตกแห่งนี้ จึงมีนาม ว่า    น้ำตกหลี่ผี
 4. อุทยานบาเจียง และน้ำตกตาดผาส้วม  เมื่อกลางปี 1996 คุณวิมล กิจบำรุง ได้เข้ามาพัฒนาธุรกิจท่องเที่ยวใน ส.ป.ป.ลาว และได้ใช้เวลาออกแบบกว่า 2 ปี ในการก่อสร้าง และได้รับอนุญาตให้เริ่มก่อสร้างใน
ปี 1999 โดยใช้แรงงานท้องถิ่น สภาพของน้ำตกเมื่อก่อนเป็นทางเกวียนเล็ก ๆ บริเวณน้ำตกเต็มไปด้วยขยะเป็นจำนวนมากและไม่มีสัตว์มีชีวิตอาศัยอยู่ เนื่องจากระหว่างการก่อสร้างแรงงานเหล่านั้นจะยิงนก และจับปลาในน้ำ คุณวิมล จึงได้จัดตั้งโรงครัวทำอาหารให้คนงาน เพื่อแลกเปลี่ยนกับการจับปลา และไม่ให้ยิงนก การสร้างนั้นได้ใช้ช้างเข้ามาช่วยลากต้นไม้ที่ล้มตายแล้ว หรือไหลมาตามลำห้วย เพื่อนำมาสร้างร้านอาหาร และภายนอกได้มีการจัดทำถนน และปรับพื้นทั่วไป ก้อนหินจำนวนมากถูกขนมาจัดเรียงให้เป็นกำแพงกั้นดินที่ต่างระดับ ต้นไม้ขนาดใหญ่หลายชนิดถูกขุดล้อม จากภายนอกเข้ามาปลูกเพื่อตกแต่งในบริเวณโครงการ นอกจากนี้ยังได้ จำลองบ้านของชนเผ่า
ต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในเขตลาวใต้ และได้นำครอบครัวของแต่ชนเผ่ามาอาศัยอยู่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชม และศึกษาประเพณี วิถีชีวิตของแต่ชนเผ่าดังนี้ เช่น ชนเผ่ากะตู ตะโอย ละแว เป็นต้น

ข้อมุลอ้างอิง http://th.wikipedia.org/

TNLS01 น้ำตกคอนพะเพ็ง หลี่ผี มหานทีสีพันดอน และอุทยานบาเจียง 2 วัน 1 คืน

TNLS02 ปราสาทหินวัดพู คอนพะเพ็ง หลี่ผี มหานทีสีพันดอน และอุทยานบาเจียง 3 วัน 2 คืน


 
ทัวร์ประเทศลาว
ทัวร์ประเทศเวียดนาม
ทัร์สิบสองปันนา
ทัวร์ เซียงตุงเมืองลา พม่า
ทัวร์มาเลเซีย
ประทับใจทริปเวียงจันทน์
เขื่อนน้ำงึม กับความสวยงาม
พระธาตุหลวง
พิพิธภัณฑ์หอพระแก้ว
พิพิธภัณฑ์วัดสีสะเกด
อนุสาวรีย์ประตูชัย
พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ

พิพิธภัณฑ์ท่านไกรสอน พรมวิหาร
เมืองวังเวียง
หลวงพระบางเมืองมรดกโลก
เซียงขวาง
หลวงน้ำทา
จำปาสัก

myspace counter

 
Home   ::  package Tour   ::  promotion  ::   Photos    ::   Weather   ::   News   ::   Contact us  :: Web board

หจก.ที เอ็น ทราเวล แอนด์ เซอร์วิส 129/10 หมู่ 3 ถนนเสด็จ ตำบลมีชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 43000
โทร.042-467426 แฟกซ์ 042-467428 Mobile: 08-1872-1394 ,08-9275-1392 Laos mobile:008-856-20-5381860

TN travel and Service © 2006 • • Terms Of Use
Sat May 29, 2010 12:51