- หลวงพ่อพระใส
- ประวัติเมืองหนองคาย
- แหล่งวัตถุโบราณ
- สถานที่ท่องเที่ยว
- โรงแรม/รีสอร์ท
- ร้านอาหารแนะนำ
- ข่าวสาร/เหตุการสำคัญ

- การท่องเที่ยวแห่งชาติ
- สถานทูตลาวประจำประเทศไทย
- สถานทูตไทยประจำประเทศลาว
- แขวง/เมืองที่สำคัญ
- สิ่งที่ควรรู้ก่อนเดินทางเข้าลาว
- ภาษาลาวสำหรับนักท่องเที่ยว
- โรงแรม/รีสอร์ท
- ร้านอาหาร/ฮ้านกินดื่ม
- อัตราแลกเปลี่ยน
 



1
- ข้อมูลทั่วไปของเวียดนาม
- สถานฑูตเวียดนาม
- ภาษาเวียดนามที่ควรรู้
- สถานที่ท่องเที่ยว
- โรงแรม/รีสอร์ท
- ร้านอาหาร
- อัตราแลกเปลี่ยน

 

1

account login for free website hit counter code
Download a free web counter here.

 

 

 

 

 


วัดเชียงทอง


เป็นวัดที่เก่าแก่มากที่สุดวัดหนึ่งในหลวงพระบาง สร้างในระหว่าง พ.ศ. 2102-2103 โดยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้ครองอาณาจักรล้านช้าง และ ล้านนา ก่อนที่พระองค์จะย้ายเมืองหลวงมายังนครหลวงเวียงจันทน์ไนานนัก วัดนี้ถือว่าเป็น
“วัดประตูเมือง” และยังเป็นท่าเทียบเรือด้านเหนือ สำหรับการเสด็จประพาสทางชมมารถ ของกษัตริย์หลวงพระบาง วัดเชียงทองจึงได้รับการอุปถัมภ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะ ในสมัยเจ้ามหาชีวิต ศรีสว่างวงศ์และเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวัฒนา กษัตริย์สอง พระองค์สุดท้ายของลาวด้วย นอกจากนี้วัดเชียงทองยังเป็นวัดหนึ่งที่รอดพ้นจากอัคคีภัยครั้งใหญ่ที่ เผาผลาญเมือง ในปี พ.ศ.2430 สิ่งก่อสร้างที่สำคัญ ซุ้มประตูโขง พระธาตุ พุทธสีมา หอไหว้น้อย หอไหว้สีกุหลาบ หอไหว้หลังสิม หอกลอง หอราชโกศเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
ในบรรดาวัดทั้งหลายในหลวงพระบาง สิมของวัดเชียงทองได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามและได้รับการกล่าวขานมากที่สุด เปรียบประดุจอัญมณีแห่งงานสถาปัตยกรรมลาว สิมของวัดนี้ถือว่าเป็นแบบหลวงพระบางแท้ สร้างด้วยการก่ออิฐถือปูน มีโครงสร้างที่ไม่สูงนักตามแบบฉบับหลวงพระบาง งดงามด้วย สัดส่วนและการประดับตกแต่ง สิ่งที่เด่นมากคือ หลังคาซ้อน 3 ตับซึ่งดัดอ่อนโค้งและลาดต่ำลงมามาก ทั้งนี้เพื่อป้องกันฝนสาด บนกลางสันหลังคามีการทำ “ช่อฟ้า” รูปเขาพระสุเมรุและทิวเขาสัตบริภัณฑ์ที่ล้อมรอบ 7 ชั้น รองรับด้วยปลาอานนท์ อันเป็นรูปการจำลองจักรวาลตามคติทางพุทธศาสนาเช่นเดียวกับที่ปรากฎ ใน จิตรกรรมของล้านนา และอยุธยา หน้าบันแกะสลักเป็นรูปดอกตาเว็นหรือลายดวงอาทิตย์ ที่ดูคล้าย ลายดอกจอกของไทยเมื่อเดินขึ้นบนสิมจะพบกับมุขโถงด้านหน้ากว้าง ใช้สำหรับเป็นที่วางเครื่องบวช และ ที่นั่งของศรัทธา ที่มาทำบุญบางครั้งเมือมีแขกคนสำคัญมาเยือนจะใช้เป็นที่ทำพิธีผูกขวัญข้อมืออีกด้วย ผนังด้านนอกทิศเหนือทางแม่น้ำโขงมีเศียรช้างชูงวงประดับกระจก ใช้เป็นช่อง ให้น้ำพระพุทธมนต์ที่ รดผ่านรางรดสรงมายังพระพุทธรูปในสิม ไหลผ่านท่อที่ฝังไว้และไปออกที่เศียรช้าง เพื่อให้ประชาชนนำ น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์นี้ไปประพรมร่างกายเพื่อความเป็นศิริมงคลในวันสงกรานต์สิมแห่งนี้ได้รับการบูรณะเมื่อ พ.ศ.2471 บนผนังทั้งด้านนอกและด้านในประดับด้วยลายรดน้ำปิดทองบนพื้นสีดำ เรียกลายฟอกคำ ด้านนอกได้แก่เรื่องท้าวสีสุทน (พระสุธน-มโนราห์) และเรื่องท้าวสุดตะโสม ส่วนด้านในเป็นเรื่อง พระยาจันทะพานิช สถิตสุวันนะพูม พ่อค้าขายหมากพลูจากเวียงจันทน์ที่เดินเรือมา และประชาชน ได้เลือก ให้มาเป็น กษัตริย์เมืองหลวงพระบาง และเรื่องพระเจ้าสิบชาติกเว้นวฝาผนังด้านทิศตะวันตก ที่ยังคงรักษาร่องรอย ดั้งเดิมที่ประดับลาย ทองบนพื้นสีแดง ส่วนด้านหลังสิม ตกแต่ง ด้วยภาพประดับ กระจกที่ติดเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำมาประติดปะต่อกันเป็นภาพรูปต้นทองซึ้งเป็นความเชื่อ ดั้งเดิม เรื่องการสร้าง เมืองเชียงดง-เชียงทอง ทีมีฤาษี 2 องค์ได้มาปักหมายเขตแดนที่จะเป็นที่ตั้งของเมือง ในอนคตใกล้กับ ต้น ทองด้านบนเป็น ภาพพระพุทธองค์เสด็จลงมาจากดาวดึงส์ และนิทานพื้นบ้านงดงามทคนิคการประดับ กระจกเช่นนี้ยังพบได้ที่ในท้องพระโรง ของ พระราชวัง เจ้าชีวิตลาว ภาพประดับกระจกนี้ดูงดงามเมื่อต้องแสงจึงเป็นมุมหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาถ่ายรูปมากหอไหว้น้อย ตั้งอยู่ด้านหน้าของสิม เป็นหอ ไหว้ขนาดเล็กที่มีหลังคารูปด้วยใบโพธิ์ตัดครึ่ง อันเป็นรูปแบบของลาวดั้งเดิม ซึ่งประดับกระจกสีงดงามายในประดิษฐาน
พระพุทธ รูปหลาย องค์ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯได้พระราชทานให้แก่เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ หอไหว้สีกุหลาบ ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ ของสิมเป็น หอไหว้เก่าแก่ ที่ได้รับการ บูรณะ ครั้งใหญ่โดยท้าวคำม้าว เมื่อ พ.ศ.2500 เพื่อ เป็นการฉลอง 25 พุทธศตวรรษของพระพุทธศาสนาจึงมีการประดับด้วยกระจกตัดเป็นภาพ เล่าเรื่องต่าง ๆ เช่นเรื่องท้าวเสียวสวาด ซึ่งเป็นวรรณกรรมชั้นเอกของลาว ภายในมีพระพุทธรูปปางไสยาสน์สำริด อายุกว่า 400 ปี สร้างในสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ใน
ปี พ.ศ. 2112 ฝรั่งเศสเคยอัญเชิญ พระพุทธรูป องค์นี้ไปแสดงไว้ที่กรุงปารีสและเจ้าสุวรรณภูมาทรงขอกลับคืนมาประดิษฐานเมื่อ 70 ปีที่แล้ว และที่ดูแปลกตาคือช่องบรรจุ พระพุทธรูปขนาดเล็ก จำนวนนับพันองค์บน ผนังภายใน หอไหว ้ เชื่อว่าเป็นความคิดเรื่องพระอนันตพระพุทธเจ้า

หอไหว้ใหญ่หลังสิม ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันตกของสิม เป็นหอไหว้เก่าแก่ที่ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ ในส่วนของแขนนางได้ทำขึ้นไม่โดยกลุ่มสกุลช่างของ เพียตันช่าง ประจำพระราชสำนัก หอไหว้หลังนี้ประดิษฐานพระม่าน(พระพม่า) ที่ชาวหลวงพระบางนับถือเนื่องด้วยพม่าได้เข้ามามีอิทธิพลในล้านช้าง อยู่ระยะหนึ่งในช่วงท้าย พุทธศตวรรษที่ 21 ชาวลาวนิยมมาบนบานเพื่อขอบุตรจากพระม่าน

หอกลอง ตั้งอยู่ด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านหน้าสิมสร้างขึ้นในราวปี พ.ศ.2503 หอกลองแห่งนี้ยกพื้นขึ้นมาราวครึ่งเมตร มีการประดับตกแต่งด้วยลายทองงดงาม ในช่วงเย็นราว 16.30 น.เณรน้อยจะมาตีกลองเพื่อบอกเวลาในการทำวัตรของพระสงฆ์
หอราชโกศเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์(โรงเมี้ยนโกศ) สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2505 หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ในปี พ.ศ.2502 ที่นี่เป็นอาคาร ที่มีหลังคา สูงประดับด้วยงานแกะสลักเรื่องรามเกียรติ์งดงาม เช่นรูปนางสีดาลุยไฟ ออกแบบโดยเจ้ามะนีวง และแกะสลักด้วยนายช่างภายใต้การควบคุมของพ่อเฒ่าเพียตัน (เพีย เป็นตำแหน่งพระราชทาน หมายถึง พระยา) ช่างใหญ่ประจำพระราชสำนัก หอราชโกศนี้ใช้เป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรักษามรดกเก่าแก่ของหลวงพระบาง เช่น ราชรถไม้แกะสลักปิดทอง ประดิษฐานพระโกศ 3 องค์ คือองค์ใหญ่ตรงกลางเป้นของเจ้าศรีสว่างวงศ์ องค์เล็กด้านหลังของ พระราชมารดา ส่วนองค์ด้านหน้าเป็นของ พระเจ้าอา นอกจากนั้นยังมีศิลปวัตถุจำนวนมาก เช่น พระพุทธรูป บานประตูโบราณภาพพระบฎ เป็นต้น ลักษณะพิเศษของหอราชโกศคือ ฝาผนังด้านหน้าสามารถ ถอดออก ได้ทั้งหมดเพื่อเคลื่อนราชรถออก
พระธาตุ พระธาตุเจดีย์ในวัดเชียงทองมีจำนวนหลายองค์ทั้งทางด้านหน้าและด้านหลังของสิมบางองค์มีการประดับด้วยกระจกสีบางองค์มีซุ้มขนาดเล็กด้านบนเป็นรูปฤษีอยู่เหนือซุ้ม เชื่อว่าเป็นหอบูชาพระฤษี
ซุ้มประตู เป็นประตูโค้งทาสีเขียว สร้างมาตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ 21 แม้จะมีการบูรณะบ้างแต่ยังคงรักษาโครงสร้างเดิมไว้ ปัจจุบันพบเพียงด้านทิศใต้เท่านั้น กุฏิ เป็นที่ พำนักของพระภิกษุและสามเณร กุฏิหลังที่ตั้งด้านทิศใต้ของสิมมีลักษณะเป็นเรือนหลังคาแฝดสองหลังเช่นเดียวกับเรือนในเมืองหลวงพระบาง
ข้อมูล จาก หนังสือ วัดในหลวงพระบาง โดย วรสัญจ์ บุณยสุรัตน

 

Home   ::  package Tour   ::  promotion  ::   Photos    ::   Weather   ::   News   ::   Contact us  :: Web board
หจก.ที เอ็น ทราเวล แอนด์ เซอร์วิส 129/10 หมู่ 3 ถนนเสด็จ ตำบลมีชัย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย 43000
โทร.042-467426 แฟกซ์ 042-467428 Mobile: 08-1872-1394 ,08-9275-1392 Laos mobile:008-856-20-5381860

TN travel and Service © 2006 • • Terms Of Use